google-site-verification: google57a1758a5787099e.html

วิธีการดูแลเฟอร์นิเจอร์

 (เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบโชว์ผิว)

หลังจากใช้งานเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปได้ประมาณ 6 เดือน ผิวของไม้ที่เคยเงางามก็จะเริ่มเกิดความหมองคล้ำ หรือเก่าลง ไม่ดูปิ๊งใสเหมือนเริ่มซื้อใหม่ เราควรทำความสะอาดด้วยการปัดฝุ่นออก และพ่นด้วยน้ำยาบำรุงรักษาเนื้อไม้ ก่อนทำการขัดเบาด้วยผ้า ผิวไม้จะกลับมาดูเงางาม น้ำยาจะทำหน้าที่เป็นครีมเคลือบบางๆ มิให้น้ำหรือฝุ่นเกาะติดง่ายๆ และคราบอีกชนิดหนึ่งที่เจอบ่อยๆ คือคราบน้ำที่ซึมลงไปในพื้นไม้ เช่น การวางแก้วน้ำเย็นโดยไม่มีจานรองแก้ว หยดน้ำที่เกาะอยู่บนก้นแก้วก็มักจะซึมลงไปในเนื้อไม้ ให้ท่านใช้กระดาษทิชชูป้ายน้ำมายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาป้ายและกดบนคราบน้ำ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยนำกระดาษทิชชูขึ้น ถ้าพบว่ายังมีคราบเหลืออยู่ให้กดทับไว้อีกจนคราบนั้นหายไป

(เฟอร์นิเจอร์ไม้แล็กเกอร์)

ไม่ควรนำวัสดุร้อนจัด เช่น กาน้ำร้อน บุหรี่ วางโดยตรงโดยไม่มีวัสดุรองรับ ระวังการกระแทกจากของแข็ง เพราะอาจทำให้เกิดรอยบุบ ยุบได้ การทำความสะอาดปกติด้วยแปรงปัดฝุ่น ผ้าหมาด และสามารถใช้น้ำยาขัดเงาประเภท Wax สำหรับเฟอร์นิเจอร์แล็กเกอร์เงา

(เฟอร์นิเจอร์ประเภทลามิเนต)

ลามิเนตมีผิวชั้นหน้าประกอบด้วยแผ่นวัสดุไฟเบอร์อย่างน้อยหนึ่งชั้น ย้อมด้วยอะมีโนพลาสติก เทอร์โมเซตติง (โดยมากใช้เมลามีน) ชั้นเหล่านี้จะถูกอัดด้วยกรรมวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 แบบการผลิต ด้านบนอีกชั้นหนึ่งที่เป็นฐานรองรับ (โดยมากใช้ไม้) และผลิตภัณฑ์โดยมากจะมีชั้นด้านหลัง เพื่อรักษาสมดุลของวัสดุ

คุณไม่ควรนำวัสดุร้อนจัด เช่น กาน้ำร้อน บุหรี่วางโดยตรงโดยไม่มีวัสดุรองรับ เฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการย้าย ไม่ควรใช้วิธีลาก และไม่ควรให้เปียกน้ำเป็นเวลานานๆ การทำความสะอาดคราบกาแฟ ให้ใช้น้ำสบู่ทำความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง คราบหมึกรีบทำความสะอาดทันทีด้วยน้ำยาซักผ้า คราบสารเคมีอาจเกิดคราบถาวรควรรีบทำความสะอาดทันที แล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

(เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังแท้)

เฟอร์นิเจอร์หนังแท้ ที่ดูหรูหราเป็นธรรมชาติและไม่อมฝุ่นเหมือนผ้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากพอสมควร อาทิ ห้ามใช้สารเคมีชนิดรุนแรงโดยเด็ดขาด สารเคมีดังกล่าว ได้แก่ น้ำมันสน น้ำยาขัดเงา น้ำยาที่เป็นกรดต่างๆ

คุณต้องเลือกใช้เฉพาะน้ำยาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะกับเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ที่คุณใช้งานอยู่ หนังแท้เป็นผลิตผลจากธรรมชาติจึงต้องคอยระมัดระวัง และป้องกันหนังจากความร้อน ความชื้นแฉะ และต้องการบำรุงด้วยน้ำยาทำความสะอาด และรักษาหนัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตก แห้ง หรือกระด้าง ส่วนการทำความสะอาดนั้นแสนง่ายด้วยการเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นบิดให้หมาด หรือผสมแชมพูอ่อนๆ หากสกปรกมากให้ใช้น้ำมันจักรหรือน้ำยาทำความสะอาดหนังแท้โดยตรง ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่ไม่ระบุสำหรับหนังแท้ ซึ่งอาจทำให้หนังแข็ง กระด้าง

หนังแท้ หนังดีไม่ควรให้ถูกแสงแดดมาก ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังกรอบได้ ระวังของมีคมจะทำให้หนังเสียหายด้วยคะ

 

(เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังเทียม)

หนังเทียมเป็นวัสดุที่ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบหนังแท้ โดยวัสดุนั้นมีหลักอยู่ 2 ประเภท คือ พียู (PU) กับ พีวีซี (PVC) ซึ่งปัจจุบันดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วแทบจะเหมือนกับหนังแท้ แต่อย่างไรก็ตาม หนังเทียมก็ผลิตขึ้นมาจากพลาสติก ดังนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาประเภทสารทำละลายต่างๆ อาทิ น้ำมันสน ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ หรือใช้น้ำมันก๊าด

ส่วนการทำความสะอาดก็ง่ายเช่นเดียวกับหนังแท้ คือด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด หรือแชมพูอ่อนๆ ก็ได้ หากสกปรกมากให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปเช็ดทำความสะอาด ไม่ควรให้ถูกแสงแดดมาก อาจทำให้หนังกรอบเสียหายได้ ระวังของมีคมจะทำให้หนังเสียหาย

(เฟอร์นิเจอร์บุผ้า)


ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ผู้ใช้จะรู้สึกได้ถึงความสบาย เพราะสัมผัสแล้วไม่ร้อน แต่ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ความสกปรกที่เกิดจากฝุ่นละอองและความชื้นภายในห้อง
วิธีดูแลรักษาที่ง่ายที่สุดก็คือ ให้นำไม้ขนไก่หรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ฝุ่นสะสมจนเกิดคราบสกปรกติดที่ผ้าบุ หากมีน้ำหกใส่ให้รีบนำผ้าสะอาดมาซับน้ำตรงรอยเปื้อนออกให้หมด แล้วใช้ดรายร์เป่าผมเป่าให้เนื้อผ้าแห้งเร็วขึ้น โดยใช้ความร้อนต่ำๆสำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน แน่นอนว่าต้องมีขนสัตว์ร่วงติดอยู่บนเบาะ การหยิบหรือปัดธรรมดาคงเอาออกไม่หมด เพื่อความสะดวกขอแนะนำให้ใช้ลูกกลิ้งกำจัดฝุ่นซึ่งมีกาวในตัว โดยนำไปกลิ้งบริเวณที่นั่งหรือพนักพิงที่มีขนสัตว์ติดอยู่ และในส่วนที่เข้าไปไม่ถึง เช่น ตามซอกหรือตะเข็บ เราอาจใช้เทปกาวพันรอบนิ้วมือหรือพันรอบตะเกียบ แล้วนำไปแตะๆ พื่อเก็บรายละเอียดก็ได้

(เฟอร์นิเจอร์ประเภทโครเมียม)

 

ไม่ควรให้ถูกขูดหรือถูกกระแทกจากของแข็ง ของมีคมเพราะจะทำให้เกิดรอยที่ไม่สามารถลบได้ หลีกเลี่ยงคราบเกลืออาจทำให้เกิดสนิม การทำความสะอาดเช็ดด้วยผ้านุ่มหมาดน้ำ หากต้องการขัดเงาทำได้โดยโรยแป้งฝุ่นให้ทั่วบริเวณและใช้ผ้านุ่มเช็ดออกให้หมด

(เฟอร์นิเจอร์หวาย)

หวายเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นเส้นเหนียว สีคล้ายต้นไผ่ หาได้ง่ายแถบเอเชียบ้านเรา และเหมาะกับการนำมาทำเครื่องจักสาน และงานเฟอร์นิเจอร์ เส้นหวายที่นำมาใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์มักผ่านการทาสารเคลือบเงาเพื่อความสวยงาม เช่น แล็กเกอร์ก่อนจะนำมาถัก สาน พันสอดให้เป็นรูปทรงตามต้องการ

เฟอร์นิเจอร์หวายไม่ต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถันอะไรมากมาย แค่ทำความสะอาดด้วยผ้าทำความสะอาดเช็ด ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น และอาจจะเช็ดด้วยน้ำยาเคลือบเงาเฟอร์นิเจอร์ได้บ้างเป็นครั้งคราว หวายที่ใช้งานนานอาจจะเกิดอาการหย่อนตัวเป็นแอ่งขึ้นได้ เราสามารถบรรเทาปัญหาได้ด้วย การใช้สบู่ต้มร้อนเช็ดไปบนเส้นหวายแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด และนำไปผึ่งแดดให้แห้ง เส้นหวายจะคืนตัวได้บางส่วน สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้

หากใครเลี้ยงแมว มันมักจะชอบฝนเล็บกับเส้นหวายทำให้หวายแตก หัก ขาด แล้วรอยชำรุดจะลุกลามไปเรื่อยๆ ระหว่างการใช้งาน ดังนั้นหากพบก่อนก็ควรนำไปซ่อมแซมได้เลย ไม่เช่นนั้นคุณต้องเลือกระหว่างแมวกับหวายแต่ต้น

 

(เฟอร์นิเจอร์หินอ่อน)

สิ่งต้องห้าม สำหรับหินอ่อน คือ น้ำยาฟอกสี และผงซักฟอก การขัดด้วยน้ำยาฟอกสี และผงซักฟอก จะไปฟอกหินอ่อนเป็นรอยด่าง เหล่าวัสดุขัดเนื้อหยาบ เป็นศัตรูหมดขอรับ

ทางที่ดีป้องกันก่อนจะเปื้อนดีที่สุด โดยไม่ให้หินอ่อนเปื้อนคราบต่างๆ เช่น คราบไขมัน วิธีการนั้นไม่ยากนัก เพียงใช้เชลแล็กผสมกับเมทิลแอลกอฮอล์ แล้วใช้แปรงทาบนพื้นหินอ่อนนั้นเป็นครั้งคราว จะช่วยกันไม่ให้คราบไปเกาะแกะกับเนื้อหินอ่อนที่คุณหวงแหน

แต่ถ้าหินอ่อนต้องห่มลมห่มแดดอยู่เสมอๆ ให้ตรงไปยังร้านวัสดุก่อสร้างหรือเคมีภัณฑ์ ซื้อขี้ผึ้งฟอกขาว จากนั้นผสมเข้ากับน้ำมันไฟแช็กให้ข้นเหมือนเนยเหลว ทาบางๆ ให้หินอ่อน ตอนทาต้องเลือกเวลากันหน่อย คือ ให้ทาขณะที่หินอ่อนอุ่นๆ อยู่ เพื่อจะได้ดูดซับเอาขี้ผึ้งเข้าไปได้ง่าย เสร็จกรรมวิธีแล้วก็เช็ดขี้ผึ้งที่เหลือออก

แต่ถ้าหากหินอ่อนแสนรักของคุณเปื้อนคราบไปแล้วนั้น ควรให้ช่างมืออาชีพช่วยลบรอยให้จึงจะปลอดภัยที่สุด ยกเว้นเพียงสองกรณีที่คุณทำเองได้สบายมาก ดังนี้

ถ้าหินอ่อนนั้นมีลวดลายแปลกปลอมเพิ่มเข้ามา หากเป็นเพียงคราบมันให้ใช้น้ำมันไฟแช็กที่เหลือจากการทำครีมกันแดดให้หินอ่อนนั้น เช็ดออก หรืออาจจะใช้สบู่บริสุทธิ์ล้างก็ได้ เสร็จแล้วให้รีบเช็ดออกทันที มิฉะนั้นลวดลายชั่วคราวอาจจะหายไป แต่จะได้ลายแปลกๆ แบบถาวรมาแทนได้

ส่วนหินอ่อนที่เปื้อนเขม่าควันสามารถขจัดเองได้เช่นกัน วิธีการก็คือ ไปหาซื้อผงหินพูมิส (Pumice) ผสมน้ำขัดหินอ่อนเบาๆ ก็พอ แต่ถ้าคราบเขม่านั้นยังคงดื้อดึงที่จะอยู่บนเนื้อหินอ่อนของคุณอยู่ ให้ใช้น้ำมะนาวเช็ด แต่ต้องรีบล้างออกด้วย เพราะว่าน้ำมะนาวจะกัดเนื้อหินได้

สิ่งที่ควรจะระวังอีกหน่อย ก็คือความปลอดภัยของตัวคุณเอง ได้แก่ ขณะที่ใช้น้ำมันไฟแช็กเช็ดคราบบนหินอ่อน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทให้สะดวก และระวังเรื่องฟืนไฟด้วย อย่าสูบบุหรี่ขณะที่เช็ด

ถ้าหินอ่อนเกิดมีรอยแตกขึ้นมา วิธีที่ดีที่สุดในการซ่อมแซมด้วยตัวเอง ก็คือใช้กาวอีพอกซีมาผสมกับผงหินอ่อน แล้วนำมาอุดรูหรือรอยแตกที่บาดตาบาดใจคุณอยู่ (นอกจากอุดรูแล้ว ยังใช้แต่งเติมรอยแหว่งของหินอ่อนที่หักไปได้ด้วย)

หากไม่มีผงหินอ่อน อาจใช้ดินขาวแทนก็ได้ แต่ต้องเสริมแต่งเสียหน่อย โดยการผสมสีให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับหินอ่อนที่สุดก็ใช้ได้เหมือนกัน จากนั้นให้ขัดด้วยขี้ผึ้ง (Wax) เนื้อละเอียด ชนิดไร้สี แล้วจบลงด้วยการใช้ผ้านุ่มๆ สะอาดๆ ขัดให้เงางาม เป็นอันเสร็จกรรมวิธี

(เฟอร์นิเจอร์ที่มีกระจกเป็นองค์ประกอบ)
การทำความสะอาดกระจกนั้นต้องทำทั้งสองด้าน ซึ่งแปลว่าคุณต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า คุณควรใช้ผ้าชามัวร์หรือ เสื้อยืดผ้าฝ้าย ตัวเก่าเช็ด ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดกระจกที่มีขายตามท้องตลาดมีอยู่หลากหลายยี่ห้อ แต่ก็มีของใช้หลายอย่างในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชู เบกกิงโซดา หรือแอมโมเนียผสมกับน้ำ ซึ่งสามารถใช้แทนและได้ผลดีไม่แพ้กัน

Visitors: 114,624